วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561






🙋🏻‍♀️แชร์ประสบการณ์มาจากน้องสาวแม่หนิง นะคะ 
👶🏻ซึ่งเกิดขึ้นกับลูกสาวคนเล็ก ที่เกิดเมื่อปลายเดือน ก.ย. 2561 เป็นเด็กที่คลอดครบกำหนด เกิดมาปกติดีทุกอย่างค่ะ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 พ.ย. 61 (อายุ 1เดือน 12วัน) เห็นความผิดปกติของหัวหน่าวด้านขวาที่ใหญ่กว่าด้านซ้าย จับๆแล้วเหมือนมีก้อนอยู่ข้างในแต่ไม่แดง ซึ่งสังเกตเห็นมา 2-3 วันแล้ว คุณแม่เลยรีบนัดหาหมอเพราะไม่แน่ใจว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองหรืออะไรรึเปล่า แต่อาการของน้องก็ปกติ กินนมได้ปกติ ไม่ร้องไห้งอแง 
👩🏻‍⚕️คุณแม่นัดหมอในวันถัดไป คุณหมอจับๆดูที่หัวหน่าวแล้วถามว่ารู้จักโรคไส้เลื่อนไหม คุณแม่บอกว่ารู้จัก แต่เคยได้ยินแต่ในเคสผู้ชาย (เคยได้ยินว่าผู้ชายไม่ใส่ กกน.แล้วไปวิ่งจะเป็นไส้เลื่อน 🤨) ไม่คิดว่าผู้หญิงก็เป็นได้ และยิ่งไม่คิดว่าเบบี๋ก็เป็นได้ คุณหมอแจ้งว่าวิธีการรักษามีวิธีเดียวคือการผ่าตัด เลยนัดหมอศัลยกรรมให้ในวันรุ่งขึ้น
👩🏻‍⚕️พอมาพบคุณหมอศัลยกรรม จึงกระจ่างเรื่องโรคนี้ คุณหมออธิบายว่า ในช่องท้องจะมีรูที่เกิดขึ้นจากถุงของเยื่อบุช่องท้องที่ยื่นออกมา และจะมีการปิดตัว และสลายไปเองตามธรรมชาติเมื่อเด็กอายุครรภ์ 8 เดือน ถ้าไม่ปิดเองจะทำให้อวัยวะในช่องท้อง โดยเฉพาะลำไส้เคลื่อนที่เข้าออกผ่านมาในรู (เลยเรียกว่าไส้เลื่อน) ทำให้เกิดเป็นก้อนที่บริเวณหัวหน่าว ซึ่งเป็นได้ทั้งด้านซ้ายและขวา และเป็นได้ทั้งชายและหญิง โรคนี้จะพบในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมากกว่าเด็กที่ครบกำหนด 
‼️ความอันตรายของไส้เลื่อนกรณีที่เกิดขึ้นในเพศหญิงมักจะเป็นรังไข่ ท่อนำไข่ หรือลำไส้เล็ก ที่เข้ามาติดคาอยู่ในถุงไส้เลื่อน เมื่อมีอวัยวะออกมาติดคาในถุงไส้เลื่อนแล้ว การไหลเวียนโลหิตของอวัยวะนั้นก็จะถูกรบกวน ทำให้อวัยวะนั้นขาดเลือด และเกิดการเน่าตายได้ ในเคสของลูกสาว หมอบอกว่าไม่ถึงขั้นเรียกว่าเป็น emergency แต่ก็อยู่ในขั้น urgency ดังนั้น แม่และพ่อเลยนัดหมอผ่าตัดให้เร็วที่สุด
💢วิธีการผ่าตัดคือ ดันไส้หรืออวัยวะที่เลื่อนลงมากลับขึ้นไปที่เดิม ตัดถุงออก แล้วก็เย็บปิดรู อันเป็นเสร็จเรียบร้อย 
🔺พอถึงจุดนี้ คุณแม่บอกคุณหมอว่าขอให้เย็บแผลสวยๆนะคะ เพราะเราคำนึงถึงความเป็นผู้หญิงของลูก คุณหมอบอกไม่ต้องห่วงค่ะ โตมาไม่เห็นรอยแน่นอนเพราะ baby fat เยอะ บวกกับเป็นการใช้กาวติดแผลข้างนอกแทนการเย็บเลยจะไม่มีรอยเย็บให้เห็น
🏥คุณหมอนัดผ่าวันอังคารที่ 13 พ.ย.61 เวลา 06.30น. โดยให้ลูกสาวงดนม 4 ชม.ก่อนผ่า (เด็กนมแม่งด 4 ชม. เด็กนมผงงด 6 ชม.) 
คืนวันก่อนผ่า แม่ก็อุ้มน้องมากินนมตอนตี 2 ให้กินให้หนำใจไปเลยเพราะกังวลว่าจะหิวและร้องไห้ในช่วงเช้าก่อนเข้าห้องผ่า ต้องขอบอกก่อนว่าเวลาร้องไห้เยอะๆ จะสามารถเห็นความปูดของหัวหน่าวได้ชัดขึ้นเพราะมันไป put pressure ตรงรูเลยไม่อยากให้น้องร้องไห้
พอมาถึง รพ. น้องก็โดนเจาะเลือด ใส่สายน้ำเกลือ ร้องไห้จ๊ากเลย 😢 พี่ๆพยาบาลก็น่ารักทุกคนมาปลอบน้องกันใหญ่เลย 
👩🏻‍⚕️เวลา 06.00น. วิสัญญีแพทย์ได้มาอธิบายถึงขั้นตอนการวางยาสลบเด็ก คือจะให้ทั้งทางน้ำเกลือ และจะให้ดมยาตลอดการผ่าตัด ส่วนบริเวณแผลผ่าตัดจะฉีดยาชาให้ หลังจากเอา mask ดมยาออก ยาก็จะออกจากร่างกายตามการหายใจของเด็ก ไม่มีค้างในร่างกาย
🔺พอถึงเวลาผ่าตัด แม่ก็อุ้มน้องออกจากห้องพักไปยังห้องผ่าตัด ซึ่ง ณ ตอนนั้นชีหลับไปแล้ว ก็ตื่นขึ้นมายิ้มแฉ่ง (ยังไม่รู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น 555)
Operation นี้ใช้เวลาแค่ 30 นาทีเอง คือเร็วมากกก คุณหมอก็ออกมาพร้อมถุงในท้องที่ตัดออกมา ใหญ่ประมาณเท่าเล็บนิ้วโป้งแม่ (พี่สาวเม- แม่หนิงดูรูปแล้วบอกว่าหน้าตาเหมือนเบคอน อิอิ) หลังผ่าตัดก็ให้อยู่ในห้องพักฟื้น 2 ชม. โดยจะให้ oxygen กับวัดความดันและการเต้นของหัวใจ และดูอาการว่ามีร้องไห้ หรืออาเจียนไหมซึ่งเป็นผลข้างเคียงของการดมยา สรุปคือไม่มีซึ่งถือว่าดีมากๆ 
🔺พอกลับเข้ามาที่ห้องพัก น้องก็นอนต่อ น่าจะเป็นเพราะมึนยา แต่พอตื่นคงหิวมาก จัดนมไปชุดใหญ่เลยยย แผลผ่าตัดยาวประมาณ 2-2.5ซม. ตรง bikini line (เป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่แม่ๆที่ผ่าคลอดกัน) ช่วงที่อยู่รพ. น้องไม่เหมือนเป็นเด็กที่เพิ่งผ่าตัดเลย ชียิ้มได้ตลอด ไม่งอแง น่ารักที่สุด สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หมอบอกว่าเราอาจต้องมาลุ้นกันว่าในอนาคตจะเป็นอีกข้างมั้ย 
😴น้องนอน รพ. 1 คืนก็ได้กลับบ้าน แม่คิดว่าด้วยความที่เค้าเป็นเด็กเล็กมาก เค้าไม่รู้สึกเจ็บเลย เพราะไม่ร้องไห้ เก่งที่สุด
🙋🏻‍♀️ขอบคุณแม่เม ที่มาแชร์ประสบการณ์นะคะ เผื่อคุณแม่ท่านอื่นๆ ไว้คอยสังเกตดู เพราะตัวเองก็ไม่เคยนึกถึงโรคนี้มาก่อน ซึ่งโรคนี้พบเจอได้บ่อยในเด็กเล็ก คือ birth defect ที่เป็นตั้งแต่กำเนิด เราจะไม่มีทางรู้จนกว่าจะมีอวัยวะเลื่อนลงมาที่รู ดังนั้นหากแม่ๆเห็นถึงความผิดปกติก็รีบพาน้องไปหาหมอนะคะ โรคนี้รักษาได้ไม่ต้องห่วงค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น